ถึงจะอยู่ไกลเพียงไหนก็รู้ความก้าวหน้า เท่าทันทัดเทียม ของข่าวสารต่างๆ ได้ทั่วโลก อิอิ

เอาล่ะๆ ผลสอบบ แกะแพะ ออกมาแล้วได้สร้างความภาคภูมิใจให้เล้กน้อยเพราะคะแนน แพะ ออกมามั้ยดีเรยย

 มาดูคะแนนกันดีกว่า คะแนนความถนัดทั่วไป หรือ GAT ออกมาแล้วอยู่ที่  210.25 คะแนน

แบ่งออกได้เป็นสองตอน ตอนแรกเรยก็คือ อ่านคิดวิเคราะห์ 50.25 คะแนน มั้ยมีน้อยกว่านี้อีกแล้ว หุหุ  ดีนะที่มั้ยติดลบ มีการบอกไว้ด้วยว่า ถ้าเดาให้ติดลบ เป็นการสอบที่ออกมา ในรูปแบบใหม่ ตัดหน้าความคิดวัยรุ่นอย่างเรากันเลยที่เดียว อิอิ

 ส่วนในตอนที่สองนั่นละก็เป็นคะแนนเกี่ยวกะทักษะภาษาอังกฤษได้เต็ม 150 คะแนน เป็นไปได้ยังไงก็ ยัง งง อยู่ หรือเป็นเพราะว่าวันนั้นพาดวงไปด้วย

ต่อมาก็มาดูคะแนน ความถนัดเฉพาะ หรือ PAT กันเลย  เริ่มต้นกันที่ ความถนัดทางวิชาชีพครู 120 คะแนน

และก็ ความถนัดทางภาษาจีน 69 คะแนน (ยังกล้าบอกอีก อิอิ)  ได้น้อยมากมาย  วิชาประมาทไปเองด้วยความที่ว่ากลัวมันยากก่อนไปสอบเลยมั้ยได้ใส่ใจ และทบทวนในหนังสือเลย สุดท้ายก็มานั่งเสียเพราะมันมีอยู่ในหนังสือที่เรียน หุหุ

 สงสัยงานนี้เราเป็นครูน่าจะรุ่งดูจากคะแนน อิอิ

 แต่ก็มั้ยเป็นไร (ให้กำลังใจตัวเอง) ครั้งนี้เป็นการสอบครั้งแรก มั้ยมีแม้แนวข้อสอบ ทำได้เท่าไหร่ก็ดีใจที่เราได้ทำ อิอิ ครั่งต่อไปเป็นการสอบครั้งที่สองคงไปสอบมั้ยทัน น่าจะกลับไปทันครั้งที่สาม แต่ก็สมัครสอบไปทั้งสามรอบเรย

 ยังไงก็เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนนะค่ะที่จะสอบในรอบต่อไป มั้ยว่าจะทำอะไร หรือคะแนนออกมายังไง เราก็ทำดีที่สึดแล้วนะค่ะ

เรื่องมันเศร้า

posted on 08 May 2009 23:33 by popopure

 

เบื่อๆเซ็งๆยังก็มั้ยรู้อ่ะบอกมั้ยถูก ตอนนี้การเรียนที่นี่ก็มีความสุขดี มีเพื่อนๆมารุมถามคำถามจนในบางครั้งก็ตอบมั้ยถูกอ่ะ (ภาษามั้ยแข็งแรงอ่ะ หุหุ) มีโฮสที่คอยดูแลเราเป็นอย่างดี แถมให้เราควบคุมอาหารด้วย จะผอมกะเค้าก็งานนี้แหละ  555

จนบางทีก็เหมือนเป็นตัวตลกสำหรับคัยๆหลายๆคนที่นี่ แต่ก็ดีที่เราได้เห็นเสียงหัวเราะความสุขของคนรอบตัว มั้ยว่าความรู้สึกของเราจะเป็นยังไง

แต่ชีวิตของคนเรานี่มันก็มีขึ้น มีลง  บางทีก็ดูราบรื่น บางที่ก็เหมือนมีมรสุมพัดผ่านเข้ามา เหมือนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลที่จะจุดจบมั้ยได้ เอนทรี่นี่มันดูเศร้าอ่ะเนอะ(รู้แล้ว ชื่อเอนทรี่ก็บอกอยู่ )

อยากร้องไห้วันละล้านหน แต่นั้นก็แสดงให้เห็นว่าเราอ่อนแอ

อยากให้คัยบางคนมาคอยใส่ถามทุกข์สุขเหมือนอย่างเดิม แต่มันก็คงเป็นไปมั้ยได้แล้ว

เพราะกาลเวลามันทำให้สิ่งต่างเปลี่ยนไป มั้ยเคยหยุดนิ่งเหมือนนาฬิกา

จำได้ว่าคำพูดของเธอมันบอกฉันตลอดเวลา เราคงเป็นไปได้แค่พี่ชายกัน

ฉันเจียมตัวดีกับคำๆนั้นที่เธอยืนยัน แต่ในบางครั้งมันก็สับสนกับคำว่าพี่ชายกันซะจิงๆ(หรือเราชอบคิดมากไปเอง)

ฉันมั้ยรู้หรอกว่าเธอจะมีคัยใหม่ หรือเธอจะเผลอเอาใจไปให้คัย ฉันก็ยังลืมเธอมั้ยได้ เพราะเธอทำให้ฉันหลงรักไปแล้ว และยากที่จะเยียวยา

ตอนนี้มันอาจจะมั้นใช่รัก แต่มันเป็นความผูกพันธ์มากกว่าที่ทำให้ฉันลืมเธอมั้ยได้

แต่รู้ว่าเธอคงรำคาญที่คอยส่งเมลไปหา ที่คอยทักเอ็มไป รวมไปทั้งฉันเองก็อยากรู้ว่าฉันผิดตรงไหนที่เธอหยุดรักฉันไป เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าเราไปด้วยกันมั้ยได้ เพราะอะไรละที่เราไปด้วยกันมั้ยได้ มันเป็นเหตุผลที่ยังค้างคาใจอยุ่

แม่มั้ยเคยสอนให้ฉันร้องไห้ แล้วคัยกันละมาสอนให้ฉัน

ยังอยากบอกเธอว่าความรู้สึกที่ดีๆยังมั้ยเคยจางไปจากความทรงจำ และจะจำแต่สิ่งดีๆที่เราเคยมี่ให้ไปตลอด

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสอนให้ฉันได้รู้จักคำว่าเข้มแข็ง ขอบคุณบทเรียนอันมีค่าสำหรับชีวิต  ขอโทษสำหรับความผิดพลาดที่ฉันได้สร้างขึ้น

และสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดมั้ยว่าจะยังไงก็ตาม

ยังไงก็เป็นกำลังใจด้วยนะค่ะพี่ชาย  ตั้งใจทำThesis นะค่ะน้องสาวคนนี้เป็นกำลังใจให้เสมอ และจะคอยติดตามความสำเร็จของพีชายอยู่ห่างๆ

 

 

 

หลอนนนน

posted on 30 Apr 2009 15:37 by popopure

 

สืบเนื่องด้วยเมื่อคืนเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ เราเพิ่งจะกลับจากงานวันเกิดน้อง อันที่จิงงานวันเกิดเลิกตั้งแต่สามทุ่มแล้วไปต่อที่สะพานพุด เอาเป็นง่ายๆสั้นๆว่าถึงบ้าน เที่ยงคืนกว่าๆๆ

เมื่อมาถึงหน้าบ้านพี่เก่งมาส่ง(พี่วินสุดหล่อประจำซอย) เราก็เห็นลุงผู้พันข้างบ้านแกยืนอยู่(เรียกลุงผู้พันเพราะแกเป็นทหารยศพันเอก มั้ยรุ้ชื่อแก อิอิ) เราก็งง ค่ะ  ดึกแล้วทำไมลุงแกยังมั้ยนอนมายืนทำไร ปกติบ้านลุงจะหลับไปหมดแล้ว ก็มีบ้านเราบ้านเดียวนี่แหละที่ชอบกลับมาดึกๆดื่นๆ เราเห็นลุงผู้พันยืนไอ อยู่หน้าบ้าน ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะป้าเราบอกว่าลุงแกอ่ะเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอ(สงสัยลุงแกดื่มเยอะสมัยหนุ่มๆ) แต่แล้วเรามั้ยรุ้คิดอะไรไปบอกพี่เก่งว่าสงสารลุงแกเนอะ ระวังเจอดีนะพี่เก่ง พี่เก่งเลยตอบกลับมาว่าพี่มีดีก็ต้องเจอของดี

เราก็มั้ยได้ใส่ใจในคำพูดอะไรของพี่เก่ง ตื่นช้ามาเราก็ออกไปช่วยป้าขายของแล้วเจอกิ๊กลุงผู้พัน(แบบว่าเจ๊แกสติมั้ยดี มีบัตรศรีธัญญา) เจ๊แกก็มานั่งกินข้าวที่ร้าน เราก็เลยถามป้าไปว่าเดี๋ยวนี้มั้ยค่อยเห็นเจ๊มากินข้าวที่ร้านเลย (เรามั้ยค่อยออกไปช่วยป้า ยังมีน่ามาถาม อิอิ ) ป้าก็ตอบกลับมาแฟนเจ๊เค้าเสียไปแล้ว เลยมั้ยค่อยได้มา ด้วยวามทีว่าเสียงเครื่องบินดัง (บ้านอยู่ใกล้ๆดอนเมือง) เราเลยถามป้าซ้ำว่าอะไรนะ แต่ป้าก็ยังยืนยันคำพูดเดิม ไอ้เราก็นึกว่าเราจะได้ยินผิด ก้เลยถามซ้ำไป ที่ไหนได้ประโยคเดิมเลย

เอาละสิเราก้ตั้งสติแล้วถามป้าไปไปกับคำถามใหม่ว่า ลุงผู้พันแกเสียเมือไหร่ คำตอบคือเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราก็ยังใจเย็นถามไปต่อ เสียที่ไหน เป็นอะไร ป้าก็ตอบที่ โรงพยาบาลภูมิพล ด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ ชัดเจทุกคำที่ได้ยิน ในใจเริ่มหวั่นๆๆแล้วก็บอกป้าไปว่ามั้ยจิงหรอกมั้ง ป้าอำช่ายมั้ย ป้าเลยด่ากลับมาอีก เรื่องเป็นเรื่องตายคัยเค้าจะอำ เราก้คิด เออ จิงๆ มั้ยมีคัยเค้าอำกันหรอก เราก็นิ่งไปสักพักรวบรวมความกล้ามาพูดต่อกะป้า บอกว่าเมื่อคืนกลับมาถึงบ้านดึกๆ ยังเห็นลุงแกยืนหน้าบ้าน ลุงแกไอแบบทรมานมากเลยอ่ะ ป้าได้ยินเท่านั้นแหละ บอกมั้ยจิงมั้งแล้วมาถามว่ากี่โมงอีก งงเลย (จะเอาเลขไปซื้อหวย อิอิ) เล่าให้ฟังป้ามั้ยเชื่ออ่ะ ทำไงดี เลยเดินไปหาพี่เก่งแล้วถามว่ามะตืนอะเจอดีมั้ยพี่  พี่เก่งบอกว่านี่ยังมั้ยจบอีกหรอ เราก้บอกบอกยัง แล้วก็บอกพี่เก่งว่าเราอะเจอดีจิงๆ เรื่องของลุงผู้พันมะคืนอ่ะ แกก้ถามมาแบบงงๆ ทำไม ยังไง ดีตรงไหน เราก็บอกพี่แก ลุงงงงง แกกกก เสียยย แล้วววว พี่เก่งก้นึกว่าเราพูดเล่นเราบอกไปถามป้าดูสิ พี่แกก็เดินไปถาม แล้วพี่แกก็หันมาถามเราว่า แล้วมะคืนที่เราเจอคืออะไรรรร  คราวนี้ถึงกับหลอนน กันไปเลยจากการปากดีของเรา(สัญญาว่าจะมั้ยพูดอะไรแบบนี้อีกแล้ว อิอิ) หุหุ

ปล. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณลุงด้วยนะค่ะ และขอให้ดวงวิญญาณของลุงจงไปสู่สุคติค่ะ